10 ข้อสังเกตสัญญาณคนใกล้ชิด
เราอาจเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการสูญเสียคนใกล้ชิดที่ตัดสินใจจากโลกนี้ไป ซึ่งจากผลวิจัยและสถิติต่างๆ ย้ำชัดว่าสถานการณ์การเผชิญกับภาวะความยากและหนักนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และไม่ควรมีใครถูกมองข้ามความเศร้าเสียใจเพียงเพราะอายุน้อยหรือเป็นคนตลก อารมณ์ดี

*Trigger Warning บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวความสูญเสีย*
เราอาจเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการสูญเสียคนใกล้ชิดที่ตัดสินใจจากโลกนี้ไป ซึ่งจากผลวิจัยและสถิติต่างๆ ย้ำชัดว่าสถานการณ์การเผชิญกับภาวะความยากและหนักนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และไม่ควรมีใครถูกมองข้ามความเศร้าเสียใจเพียงเพราะอายุน้อยหรือเป็นคนตลก อารมณ์ดี
จากข้อมูลสถิติและการศึกษาของ จัสมิน ลามิตต์ (Jasmine Lamitte) ผู้อำนวยการฝ่ายบริการสุขภาพจิตและบริการสนับสนุนของโรงเรียน KIPP SoCal Public Schools ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า การจบชีวิตตัวเองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของเด็กและเยาวชน โดยคนที่ทำสำเร็จ ส่วนใหญ่มีประวัติเคยพยายามมาแล้วหลายครั้ง พวกเขาล้วนต้องการให้ความเจ็บปวดจบลงและรู้สึกว่าครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนที่เขารักจะมีชีวิตที่ดีกว่าหากไม่มีพวกเขา ซึ่งความรู้สึกและความคิดดังกล่าวมักไม่ถูกสื่อสารหรือบอกกับคนอื่นๆ
เนื่องในเดือนกันยายนนี้มีวันสำคัญ คือ #วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก ( #WorldSuicidePreventionDay) ซึ่งตรงกับวันที่ 10 กันยายนของทุกปี a-chieve จึงขอนำเสนอบทความนี้เพื่อพาทุกคนไปรับรู้ 10 สัญญาณความเสี่ยง สำหรับนำไปใช้สังเกตคนใกล้ชิดของเรา

- พูดเกี่ยวกับความตายและการจากไป อาจแสดงออกผ่านงานเขียน การโพสต์บนโซเชียล หรือภาพวาด
- มีอาการซึมเศร้า สิ้นหวังหดหู่ บางคนอาจร้องไห้
- มีพฤติกรรมก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง เข้าถึงอาวุธ บางรายใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์มากขึ้น

- มีการเตรียมการก่อนจากไป เช่น ให้สิ่งของมีค่ากับคนที่รัก ไปหาคนสำคัญเพื่อใช้เวลาด้วยกันเพื่อขอบคุณหรือขอโทษ บอกลาคนรอบตัว ทำความสะอาดข้าวของ จัดห้อง หรือฝากฝังสั่งเสียธุระต่างๆ กับคนสนิท
- ทำร้ายตนเองและนำตัวเองไปสู่ความเสี่ยง
- มีนิสัยและ/ หรือรูปร่างเปลี่ยนไป ไม่สนใจรูปลักษณ์ของตัวเอง ปล่อยตัว ไม่ยินดียินร้าย ฯลฯ

- มีรูปแบบการเข้าสังคมเปลี่ยนไป เช่น ขาดเรียนบ่อย ไม่มีความสนใจหรือไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามปกติเหมือนที่เคย แยกตัวจากกลุ่มเพื่อน อยู่คนเดียว เก็บตัว ปฏิเสธการพบเจอผู้คน
- เคยมีความพยายามลงมือกระทำมาก่อน (มีแนวโน้มว่าอาจเกิดซ้ำในอนาคตอีก ควรจะต้องได้รับการดูแลเฝ้าระวัง)
- ไม่มีสมาธิหรือไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุผล เหม่อลอย ไม่โฟกัสกับการเรียน ไม่ส่งการบ้าน
- วางแผนการแล้ว ยิ่งมีการวางแผนมากเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงเกิดขึ้นได้มากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น คนหนึ่งคนอาจแสดงสัญญาณใดสัญญาณหนึ่ง หรือหลายสัญญาณพร้อมกัน หรืออาจมีสัญญาณอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็เป็นได้
สิ่งสำคัญคือเราจะต้องตระหนักว่าไม่ว่าสัญญาณนั้นจะเล็กน้อยเพียงใด เราก็ควร #ให้ความสำคัญกับทุกสัญญาณที่เรารับรู้ #ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญอย่างทันทีทันใด และ #ไม่ด่วนตัดสิน ว่าเป็นเพียงอาการเรียกร้องความสนใจเท่านั้น พึงระลึกเสมอว่า เราทุกคนสามารถมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียได้ด้วยการเอาใจใส่กันและกัน คอยสังเกต ถามไถ่พูดคุยกัน ไม่เผลอทิ้งใครคนใดคนหนึ่งให้ผ่านช่วงเวลายากๆ นี้ด้วยตัวคนเดียว
ตัวอย่างช่องทางติดต่อเพื่อปรึกษาเมื่อมีคนใกล้ตัวมีแนวโน้มอยากฆ่าตัวตาย
1.สายด่วนสุขภาพจิต บริการให้คำแนะนำจากนักจิตวิทยาโดยกรมสุขภาพจิต โทร 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
2.Samaritans Thailand (สะมาริตันส์) อาสาสมัครรับฟังด้วยใจ โทร. 02-713-6793 ทุกวัน เวลา 12.00 – 22.00 น.
3.Center for Psychological Wellness ศูนย์สุขภาวะทางจิต จุฬาฯ สายด่วน โทร 02-218-0336
อ้างอิง
[https://suicideprevention.nv.gov/Youth/Warning_Signs/]()
[https://www.betterhealth.vic.gov.au/health/conditionsandtreatments/youth-suicide-the-warning-signs#warning-signs-of-youth-suicide]()

