ดูแลใจ · รู้ทันความรู้สึก

ทำไมความเหงาทำเรา “ใจเจ็บ”

แม้ความเหงาจะไม่ทำให้เราถึงตาย แต่การไม่จัดการกับความเหงาอย่างถูกวิธีก็สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้

22 ก.ย. 2565ใช้เวลาอ่าน 2 นาที👁 502
Kidsun นักออกแบบภาพ
อยากเกิดใหม่เป็นเป็ด จะได้เป็น เป็ดปักกิ่ง
พัชรพร ศุภผล ผู้เขียน
ใช้แมวเป็นวิตามิน มีร้านหนังสือและแกลอรี่อาร์ตเป็นพื้นที่ปลอดภัย รักเจ้าชายน้อยและคิดว่าตัวเองก็คงมาจากดาวb612 เช่นกัน
ทำไมความเหงาทำเรา “ใจเจ็บ”

“เหงาจนใจเจ็บ” คำนี้ไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรยเฉยๆ

แต่มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า ความรู้สึกเหงาของมนุษย์นั้น

ไม่ได้ส่งผลต่อจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลต่อร่างกายอีกด้วย

สังเกตไหมว่า บางครั้งที่เรารู้สึกเหงา เศร้า หรืออกหัก

เรามักจะมีอาการปวดจี๊ดๆ ที่หัวใจ มือไม้ชาอ่อนแรงตามไปด้วย

ทั้งที่เราก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรกับร่างกาย

อาการแบบนี้เกิดจากอะไร ?

หากเราเหงาบ่อยๆ จะอันตรายต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน

บทความนี้อยากชวนทุกคนไปรู้จักวิทยาศาสตร์ของความเหงา

ที่จะทำให้ใครๆ หลายคนเข้าใจความเหงาได้มากกว่าที่เคย

สมองของคนเหงา

นาโอมิ ไอเซนเบิร์ก (Naomi Eisenberger)

รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคม

และ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการประสาทวิทยาทางสังคมและอารมณ์

ได้ทำการทดลอง โดยให้ผู้ร่วมทดลองอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกีดกันออกจากสังคมด้วยวิธีต่างๆ เพื่อสร้างความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว

จากนั้นใช้เครื่องสแกนสมองแบบละเอียด fMRI (Functional MRI)

เพื่อดูการทำงานของสมอง ผลการทดลองพบว่า

สมองส่วนที่ถูกกระตุ้นเมื่อเกิดความรู้สึกเหงานั้น

เป็นส่วนเดียวกันกับสมองที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวดทางร่างกาย

เหงาเพื่อวิวัฒนาการ

ไอเซนเบิร์ก สรุปผลจากการวิจัยไว้ส่วนหนึ่งว่า

เหตุผลที่สมองทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดนั้น เพราะเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับการวิวัฒนาการ การส่งสัญญาณความเจ็บปวดทางร่างกาย

ให้เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อเตือนว่าเรากำลังขาดการติดต่อทางสังคม

ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกเอาตัวรอดในชีวิต

เพราะในอดีตการรวมตัวของมนุษย์จะทำให้ปลอดภัยจากอันตราย

ที่มาจากสิงสาราสัตว์ได้ ดังนั้นเมื่อเราเริ่มรู้สึกเหงา

ร่างกายของเราจะตอบสนองราวกับว่าเราอยู่คนเดียว

และหลงทางในถิ่นทุรกันดารที่ล้อมรอบด้วยหมาป่า

ความตื่นตัวที่ฝังอยู่ในระบบประสาทของเราเมื่อหลายศตวรรษก่อน

จึงมีแนวโน้มจะส่งสัญญาณความเจ็บปวดขึ้น

ตำแหน่งของเส้นใยประสาทสัมผัสในสมองของเรา

ที่ทำหน้าที่บันทึกความเจ็บปวดทางร่างกายและอารมณ์ จะทับซ้อนกัน

นั่นหมายถึง ความเจ็บปวดทางอารมณ์ เช่น ความผิดหวัง ความเหงา

หรือการสูญเสียความสัมพันธ์ จะทำให้เรารู้สึกเหมือนกับการถูกทำร้ายร่างกาย

นั่นหมายความว่าเหตุการณ์อย่างการถูกกีดกันออกจากกลุ่มเพื่อน

ความรู้สึกแปลกแยกในห้องเรียน การน้อยใจพ่อแม่ หรือการอกหัก

สามารถทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายได้

ซึ่งมีอาการแตกต่างหลากหลาย

เช่น บางคนอาจรู้สึกจุกแน่นเหมือนโดนผลักหน้าอกแรงๆ เป็นต้น

วิธีรับมือกับความเหงา

“ใจผมแตกสลายหมดแล้วฮะมุงงงง”

แม้ความเหงาจะไม่ทำให้เราถึงตาย

แต่การไม่จัดการกับความเหงาอย่างถูกวิธี ก็สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้

นักวิจัยพบว่าความเหงาเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เท่ากับการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวัน

คนเหงามีโอกาสเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร

มากกว่าคนที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีถึง 50 เปอร์เซ็นต์

ความเจ็บปวดที่เกิดจากความเหงาสามารถลดภูมิคุ้มกันของเรา

ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคได้

นอกจากนี้การเจ็บปวดบ่อยๆ ยังเพิ่มการอักเสบในร่างกาย

ซึ่งอาจนำไปสู่โรคหัวใจและภาวะสุขภาพเรื้อรังอื่นๆ

ความเหงายังนำไปสู่ความเครียดอีกด้วย

อาการเจ็บปวดจากความเหงา

ทำให้หลายคนเลือกที่จะใช้สารเสพติดหรือแอลกฮอล์เพื่อจัดการกับมัน

ซึ่งจะยิ่งทำให้เสียสุขภาพเข้าไปอีก

ดังนั้นเราจึงอยากนำวิธีที่จะช่วยบรรเทาความเหงา

มานำเสนอเพื่อให้ทุกคนรับมือกับความเหงากัน

  1. ชวนใครสักคนไปกินข้าว

การสนทนาบนโต๊ะอาหารช่วยทำให้เราเปิดใจกันได้มากขึ้น สมองของเราจะรู้ว่าเราจะไม่รับประทานอาหารร่วมกับคนที่เราคิดว่าเป็นอันตราย

  1. แนะนำสิ่งที่เรากำลังสนใจให้กับใครสักคน

เพลิดเพลินกับหนังสือเล่มใหม่ ร้านอาหาร

แอปพลิเคชันดีๆ เพลย์ลิสต์ของซีรีส์เรื่องโปรด

หาจุดร่วมในบทสนทนาและกระชับความสัมพันธ์

  1. ฝึกดูแลตัวเอง การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ และการนอนหลับที่เหมาะสม และออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้โฟกัสตัวเองและมีพลังในการใช้ชีวิตมากขึ้น การออกกำลังกายรับแสงแดดยังช่วยกระตุ้นเอ็นดอร์ฟินในสมองซึ่งเป็นสารที่เราเรียกว่า "ฮอร์โมนแห่งความสุข" ให้ออกมาด้วย
  2. พูดคุยกับเพื่อนและครอบครัว

เพื่อบอกให้รู้ว่าเรากำลังประสบกับความเหงา

  1. หาโอกาสออกไปทำกิจกรรมในสังคมใหม่ ที่ใหม่

การออกไปหากิจกรรมอย่างการเป็นอาสาสมัคร ออกค่ายอาสา

เข้าชมรม หรือเข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์กับกลุ่มคนใหม่ๆ

ช่วยให้เรามีเพื่อน เปิดโอกาสการเชื่อมต่อกับสังคม

ทำให้เราภูมิใจในตัวเอง และอาจพบกับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตด้วย

ในโลกที่โซเชียลมีเดียทำให้เรามีเพื่อนนับพันอยู่เพียงปลายนิ้ว

แต่ก็ทำให้เราเห็นแล้วว่าจำนวนคนมากๆ

ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราเหงาน้อยลง

ในขณะที่การมีคนรอบตัวมากมาย

แต่เราไม่สามารถเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งได้

ก็ทำให้เรายิ่งรู้สึกเหงามากขึ้นเหมือนกัน

ปริมาณเพื่อนจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าคุณภาพของความสัมพันธ์

ดังนั้น เมื่อเรารู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว

เราจะต้องรับรู้อารมณ์และยอมรับว่าเรากำลังเหงาและต้องการอะไร

หากเรารู้สึกเหงาแต่โอเคที่จะอยู่คนเดียวสักพัก

ไม่ต้องการออกไปพบเจอใคร ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลก

อย่างไรก็ตาม หมั่นสำรวจอาการว่าความเหงา

และการแยกตัวอยู่คนเดียวนั้นกินเวลายาวนานแค่ไหน

*** หากนานเกินสองสัปดาห์

ควรพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำ

และอย่าลืมหันมองคนข้างๆ ที่รอคอยจะช่วยสนับสนุนเรา

ให้ออกมาจากโลกความเหงาด้วยนะ

แหล่งอ้างอิง https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-case-connection/202203/how-does-the-brain-react-lonelinesshttps://www.psychologytoday.com/us/blog/what-mentally-strong-people-dont-do/201901/can-you-die-loneliness https://www.cigna.com/individuals-families/health-wellness/how-to-deal-with-loneliness

#ความรัก#เหงา#ความสัมพันธ์