การเงิน บัญชี และเศรษฐศาสตร์

ข้อมูลอาชีพนักบัญชี

จัดการกับข้อมูลการเงิน ทำงบการเงิน ปิดตัวเลขออกมาให้เป็นตัวเลขที่ถูกต้อง ทันเวลา เพื่อให้ผู้บริหารบริษัท หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลไปวิเคราะห์แผนการเงินต่อ

ใช้เวลาอ่าน 4 นาที👁️ 4,922
ข้อมูลอาชีพนักบัญชี
สายสามัญที่รับ
วิทย์-คณิตศิลป์-คำนวณศิลป์-ภาษา
บางสายรับเฉพาะบางสถาบัน — ตรวจเกณฑ์รับรายหลักสูตร
ค่าตอบแทนเฉลี่ย
ไม่ระบุ

จัดการกับข้อมูลการเงิน ทำงบการเงิน ปิดตัวเลขออกมาให้เป็นตัวเลขที่ถูกต้อง ทันเวลา เพื่อให้ผู้บริหารบริษัท หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลไปวิเคราะห์แผนการเงินต่อ

ลักษณะงาน

  • อาชีพนี้อันหนึ่งก็คือต้องมีจริยธรรม เพราะว่าเราเป็นคนที่อยู่กับตัวเลข มันอาจจะมีช่องโหว่ของกฎระเบียบที่คุมเราอยู่ บางทีก็อยู่ที่เราด้วยว่าเราเลือกจะทำแบบไหน จริงๆ บางทีถ้าเราหลบไปนิดนึงมันอาจจะไม่มีคนรู้ก็ได้ แต่ถ้าเรามีพื้นฐานที่ดี ต้องมีจริยธรรมของวิชาชีพ เลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูก เพราะฉะนั้นคนที่จะนำข้อมูลไปใช้ก็จะได้ใช้อย่างถูกต้อง
  • นอกจากนี้ก็มีเรื่อง คือ กฎระเบียบ จริงๆ แล้วก็มีหลายอย่าง แต่ว่าตอนนี้ที่เจอคือกฎระเบียบมันมีหลายอย่างมาก และมันก็เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ฐานบัญชีมันก็ปรับเรื่อยๆ ซึ่งพนักงานที่ทำงานก็อาจจะไม่มีโอกาสเรียนรู้อะไรพวกนี้ เราก็ต้องขวนขวายและส่งเขาไปอัพเดตสิ่งต่างๆ มาตรฐานบัญชีก็ออกใหม่เรื่อยๆ และซับซ้อนขึ้นเรื่อย อย่างมาตรฐานบัญชีเขาก็จะไปลอกมาจากเมืองนอกก็จะช้ากว่าเมืองนอก 2-3 ปี เราเองก็ต้องมีความกระตือรือร้นในการเข้าไปอ่านมาตรฐานเมืองนอก เพื่อที่จะได้รู้ว่าอะไรจะถูกนำมาใช้ในเมืองไทยบ้าง
  • มาตรฐานอย่างเดียวก็ยังพอไหวแต่ว่าสรรพากรเองก็ออกกฎมาอีกมากมาย ซึ่งข้อมูลมันค่อนข้างเยอะมาก ในกรณีที่เกิดขึ้น บางทีเราอาจจะต้องไปดูว่ามีใครที่เคยมีปัญหาแบบนี้อีกบ้าง อาจจะโทรไปปรึกษา Call Center ปรึกษาสรรพากรที่ดูแลเรา กฎมันเยอะมาก เราจะต้องไปหาข้อมูลเพื่อที่เราจะได้ทำได้ถูก อย่างปีนี้ก็มีอีกแล้วเรื่อง Transfer Pricing เราก็ต้องคอยติดตาม เครียมตัวล่วงหน้า เมื่อบังคับใช้เราจะได้สามารถใช้ได้เลย เพราะฉนั้นพี่ว่าความท้าทายของสมัยนี้ก็คือเรื่องของกฎระเบียบ และจัดการข้อมูลเพื่อที่จะทำให้มันถูก

ขั้นตอนการทำงานในวันปกติ

  1. 1

    ขั้นตอนแรกก็ต้องไปเอาข้อมูลทุกอย่างมาก่อน ทุกแผนกก็ต้องเอาข้อมูลมาส่งให้ทางบัญชีว่ามันมีแบบนี้เกิดขึ้น ถ้ามีค่าใช้จ่ายทางบัญชีก็จะมาตั้งหนี้ รับรู้ว่าเดี๋ยวเราต้องไปจ่ายตังเขานะ มีเงินออกไปก็มาบันทึก คือเป็นทุกขั้นตอนในการเกี่ยวข้องกับเงินๆทองๆทั้งหลายแหล่ จ่ายไปก็บันทึกว่ามีจ่ายไปนะ ปั่นไฟขายไปเสร็จก็มาจดบันทึกว่าเดือนนี้ขายไปกี่หน่วย คนจดมิเตอร์ก็ต้องมาบอกฝ่ายบัญชีว่าเดือนนี้จะต้องไปเรียกเงินเขามากี่บาท เพราะเราขายไปกี่บาท แล้วก็ต้องไปส่งเอกสาร ออกอินวอยไปคิดเงินกับลูกค้าของเรา ซื้อสินทรัพย์ (Asset) อะไรมาคนที่ซื้อก็ต้องมาบอกเราเดี๋ยวจะมีของมาส่งนะ เราก็ต้องมาบันทึกว่าเงินเราออกไปก็มีของเข้ามาแทน รายการการซื้อขายต่างๆพวกนี้ไม่ว่าจะเกิดที่ไหนของบริษัท บัญชีก็จะต้องรู้

  2. 2

    พอเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างนี้เสร็จ ในแต่ละเดือนเขาก็จะมาสรุปเป็นงบการเงินของแต่ละเดือน จริงๆควรจะปิดเป็นแต่ละเดือน แต่บางบริษัทที่ไม่จำเป็นเขาก็ไม่ปิดทุกเดือน แต่พี่ก็คิดว่าควรจะปิดทุกเดือน เขาก็จะมาสรุปหน้าตาเป็นงบการเงินขึ้นมา ก็จะมีงบแสดงฐานะทางการเงิน ว่ามีสินทรัพย์ หนี้สิน เงินทุน เป็นเท่าไหร่บ้าง คล้ายๆกับบอกว่าเงินในกระเป๋าเราตอนนี้มีเท่าไหร่บ้าง แล้วก็มีอีกงบนึงเป็นงบกำไรขาดทุน ก็ดูว่าเดือนนี้เราทำมาหาได้ แล้วจ่ายไปทั้งหมดเป็นบวกหรือเป็นลบ หลักๆก็จะมีสองงบนี้ ถ้าขยันหน่อยก็จะมีงบกระแสเงินสด(Cash Flow) ดูว่าในเชิงกระแสเงินสดจริงๆแล้ว เงินออกและเข้าประมาณเท่าไหร่ หลักๆ ภายในเดือนนึงก็จะต้องทำ 3 งบนี้ออกมา

  3. 3

    ถ้าในช่วงไตรมาส บริษัทในตลาดก็จะมีงานเพิ่มขึ้นมา ในด้านของผู้ตรวจสอบบัญชีเขาก็จะเข้ามาตรวจเรา เราก็ต้องมีเอกสารมาสนับสนุนเป็นหลักฐาน ทำงานเพิ่ม ตอบคำถามเขา อธิบายว่ารายการการซื้อขายพวกนี้มันมีความเป็นมาอย่างไร คอยตอบคำถามเขาแล้วเราก็ต้องออกงบส่งตลาดหลักทรัพย์ พอสิ้นปี ผู้ตรวจสอบบัญชีก็จะมาตรวจด้วยความละเอียดอีกระดับนึง

  4. 4

    นอกจากงานลงบัญชีและออกงบพวกนี้แล้วก็จะมีเรื่องของการทำงบประมาณ (Budget) ซึ่งช่วงเดือนสิงหาคมนี้แหละก็เป็นช่วงของการทำงบประมาณ เราก็ต้องติดต่อขอความร่วมมือของทุกคนในบริษัทให้ช่วยไปประมาณให้หน่อยว่าปีหน้าคุณจะมีการใช้จ่ายอย่างไรบ้าง เพื่อที่ทางบัญชีจะได้รวบรวมและนำเสนอกับทาง director ว่าปีหน้าน่าจะมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ ซึ่งงบประมาณตรงนี้ก็จะนำมาใช้ในการควบคุมรายรับรายจ่ายในปีถัดไป เปรียบเทียบกับงบประมาณซึ่งอันนี้ก็ต้องนำส่งทางผู้บริหารว่ามันมีอะไรที่นอกรายการออกไปหรือเปล่า ซึ่งรายการที่หลุดออกไปนั้นเราก็ต้องนำมาพิจารณาว่าสมควรหรือไม่ อย่างไร อันนี้ก็เป็นส่วนของงบประมาณ

  5. 5

    นอกจากนั้นก็จะแล้วแต่แผนก แล้วแต่บริษัทว่าจะให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหนในส่วนของ Management Accounting ผู้บริหารต้องการรายงานอย่างไรเพื่อดูผลงาน

  6. 6

    งานทางด้านบัญชีมันจะมีบทบาทในเรื่องของกลยุทธ์ของทางบริษัทในเรื่องของการสังเกตุการณ์ว่ากลยุทธ์ที่บริษัทต้องการจะทำให้สำเร็จนี้ ตัวเลขและบัญชีมันจะสะท้อนว่าเราจะไปถึงตามนั้นได้ไหม อันนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแผนกบัญชีกับทางผู้บริหารว่า ตัวเลขตัวไหนที่ผู้บริหารสนใจ เพื่อที่จะมองว่ามันมีอะไรที่เราต้องควรระวังหรือเปล่าที่จะทำให้มันไม่เป็นไปตามแผน อันนี้ก็จะเป็นส่วนที่เพิ่มมาจากงานพื้นฐาน เป็นการประสานงานกันของทางผู้บริหารกับทางแผนกบัญชี เพื่อที่จะทำให้ผู้บริหารมีข้อมูลเพียงพอในการสนใจ งานที่เป็นบัญชีแท้ๆ ที่เป็นงานหลักก็จะมีประมาณนี้

  7. 7

    เสร็จจากตรงนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของแผนกอื่น อย่างเช่นฝ่ายบริหารนำไปตัดสินใจในการทำสิ่งต่างๆ ผ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relation) นำข้อมูลต่างๆไปส่งต่อให้นักลงทุนว่าตกลงผลงานตรงนี้เป็นอย่างไร นำข้อมูลไปแปลให้มันเข้าใจง่ายขึ้นและเป็นไปในแนวทางธุรกิจมากขึ้น อันนี้ก็จะเป็นอีกฝ่ายที่นำข้อมูลของทางบัญชีไปใช้

เพื่อนร่วมงาน (Work Ecosystem)

👤ไม่ว่าวิศวกรจะเดินทางไปดูไซต์งาน เราก็ต้องรู้ว่าเขาไปทำอะไร เราก็ต้องถามเขาว่าเป็นอย่างไร เวลาเขาจะมาเบิกเงิน เราก็ต้องดูว่าเขามีหลักฐานต่างๆ เรียบร้อยไหม
👤ทางฝ่าย business development เราก็ต้องดูว่าโครงการที่เขาพัฒนาอยู่มีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่มันจะเกิดเป็นโครงการจริงๆ ถ้ามันมีความแน่นอนในระดับหนึ่งแล้ว เราก็จะลงบัญชีอย่างหนึ่ง แต่ถ้ามันยังเป็นช่วง ของการวิจัยและพัฒนา (Research & Development) เราก็จะลงบัญชีอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องไปเกี่ยวข้องกับทุกแผนกเพื่อให้งานมันออกมาถูกต้อง อันนี้คือการไปเอาข้อมูลเขามา
👤อันดับแรกเลยก็ต้องเป็นระดับบริหาร ข้อมูลต่างๆ ที่เราเก็บ เราจะแปลงและนำเสนอออกมาอย่างไรให้ผู้บริหารเข้าใจ เพราะฉะนั้นในยุคสมัยนี้ข้อมูล (Data) เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ข้อมูลของเราต้องอัพเดตตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าผ่านไป 3 เดือนแล้วผู้บริหารเพิ่งมาทราบว่าขายสินค้าชิ้นนี้ขาดทุน อันนี้คือผู้ใช้ข้อมูลของเราอันดับ 1 เลย ความถูกต้องแม่นยำอาจไม่สำคัญเท่ากับกำหนดเวลาที่ต้องนำเสนอ ถูกต้องสัก 90-95% ก็ถือว่าเราควรที่จะนำเสนอไปก่อน
👤ถ้าเป็นผู้ใช้ข้อมูลภายนอกองค์กรก็จะเป็นพวก สรรพากร ต้องส่งภายในวันที่ที่กำหนด ไปตามปกติ ผู้ตรวจสอบบัญชีก็จะเข้ามาตรวจสอบงานของเรา เราก็ต้องสื่อสารว่าเราทำไปถูกต้องไหม มีเอกสารสนับสนุนไหม ถ้าเป็นบริษัทในตลาดก็ยังมีอีกหลายคนที่เราต้องติดต่อประสานงานด้วย อย่างเช่น
👤ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. ที่จะเข้ามาช่วยในการตรวจสอบเพื่อให้ความยุติธรรมกับผู้ถือหุ้นรายย่อย แล้วก็ยังมีนักลงทุนอีก ก็คือผู้ที่ซื้อหุ้นเรา หรือในอนาคตอยากจะซื้อหุ้นเรา เขาก็ได้ข้อมูลจากงบการเงินเป็นหลัก แต่ละไตรมาสที่เราส่งข้อมูลไป คนที่เกี่ยวข้องก็จะมีประมาณนี้
ประเมินอาชีพ · จาก a-chieve-service

บุคลิก & ทักษะของคุณตรงกับอาชีพนี้แค่ไหน?

ทำแบบประเมินเพื่อดูคะแนนความเข้ากันกับอาชีพนี้